พระพิจิตรใบข้าว กรุท่าแค เมืองตาก

พระพิจิตรใบข้าว กรุท่าแค เมืองตาก

รหัส : 76434 
ชื่อพระ : พระพิจิตรใบข้าว กรุท่าแค เมืองตาก
สถาณะ :
ราคา : 9,000
รายละเอียด : ระพิจิตรใบข้าว กรุท่าแค เมืองตาก\\\\n\\\\nพระกรุวัดท่าแคนั้น แตกกรุเนื่องมาจากทางการสร้างถนน พหลโยธินจากกรุงเทพ ขึ้นไปยังเชียงใหม่ เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2498 และเพื่อให้การข้ามแม่น้ำปิงเข้าสู่ ตัวเมืองตาก ทำได้สะดวก จึงได้มีการสร้างสะพานกิตติขจรเพื่อข้ามแม่น้ำเข้าสู่ตัวจังหวัด ที่เชิงสะพานกิตติขจรด้านทิศตะวันออก ก่อนข้ามสะพานเข้าตัวจังหวัด มีศาลหลักเมืองสี่มหาราชซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี 2535 เพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสี่มหาราชของชาวไทย ที่ได้เสด็จมาชุมนุมกองทัพที่เมืองตากนี้ อันมีพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ที่ได้กระทำยุทธหัตถีกับขุนสามชน เจ้าเมืองฉอด , สมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่ได้ประกาศอิสระภาพ ณ เมืองแกรง ซึ่งขากลับได้กรีฑาทัพผ่านเมืองตากนี้ , สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่ทรงนำทัพยกไปตีหัวเมืองฝ่ายเหนือ และได้สร้างวัดพระนารายณ์ไว้ที่เชิงสะพานกิติขจรนี้ ส่วนสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เคยได้รับพระบรมราชโองการ เป็นเจ้าเมืองตากนี้\\\\n\\\\nวัดท่าแคนี้อยู่ฝั่งตัวจังหวัด ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็น วัดชัยชนะสงคราม ซึ่งในตอนที่จะสร้างสะพานนั้น เจดีย์ของวัดกินอาณาเขตเข้ามาในบริเวณที่จะสร้างสะพาน จึงต้องทำการรื้อเจดีย์ออก ในครั้งนั้นจึงได้พบพระเครื่องและพระบูชาขึ้น ในส่วนของพระเครื่องนั้นมีพระเนื้อชินตะกั่วสนิมแดง กับพระเนื้อชินเงินออกจากกรุ มาหลายแบบพิมพ์ด้วยกัน ที่รู้จักกันดีก็คือพิมพ์ งบน้ำอ้อย และพิมพ์พิจิตรใบข้าว มีทั้งขนาดเล็ก และใหญ่ และมีทั้งที่เป็นแบบ แผง และเดี่ยว รวมทั้งพิมพ์อื่นๆอีกจำนวนไม่มากนัก พระกรุนี้มักจะมีตุ่มสนิมไขขาว และตุ่มสนิมแดงมากและเห็นได้ชัด ทั้งนี้คงจะเพราะกรุพระอยู่ใกล้กับแม่น้ำปิง จึงได้รับความชื้นจากไอของแม่น้ำตลอดเวลา\\\\n\\\\nพระพิจิตรใบข้าว พระกรุนี้เป็นพระเก่าโบราณที่ทรงคุณค่ายิ่งทางประวัติศาสตร์ และทรงพุทธคุณเป็นเลิศ โดยเฉพาะทางด้านคงกระพันชาตรี และแคล้วคลาด มีอาทิ พระร่วงนั่ง เนื้อชินเงิน, พระซุ้มยอ เนื้อชินเงิน, พระซุ้มยอ เนื้อตะกั่วสนิมแดง, พระพิจิตร เนื้อชินเงิน, พระพิจิตร เนื้อตะกั่วสนิมแดง และพระงบน้ำอ้อย ฯลฯ ดูตัวอย่างพระกรุนี้ได้ที่ http://www.web-pra.com/Amulet/พระกรุ-เมืองตาก/Item/Show/2689\\\\nปัจจุบันพระกรุนี้มีชื่อเสียง เป็นที่นิยมและแสวงหากันอย่างกว้างขวางในแวดวงนักนิยมสะสมพระเครื่อง แต่จะหาดูหาเช่ายากมาก สนนราคาค่อนข้างสูง\\\\n\\\\nการกระทำยุทธหัตถีในประวัติศาสตร์ไทยที่เลืองลือ ปรากฏมาแล้วถึง 4 ครั้ง คือ\\\\n1. การชนช้างระหว่างพ่อขุนรามคำแหงมหาราชกับขุนสามชน เจ้าเมืองฉอด พ่อขุนรามคำแหงชนะ\\\\n2. การชนช้างที่สะพานป่าถ่าน ระหว่างเจ้าอ้ายพระยากับเจ้ายี่พระยา เพื่อชิงราชสมบัติ ปรากฏว่าสิ้นพระชนม์ทั้งคู่\\\\n3. ยุทธหัตถีระหว่างสมเด็จพระสุริโยทัยกับพระเจ้าแปร ในปี พ.ศ. 2091 ที่ทุ่งมะขามหย่อง อยุธยา สมเด็จพระสุริโยทัยสิ้นพระชนม์ขาดคอช้าง\\\\n4. ยุทธหัตถีระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราชามังสามเกียด ในปี พ.ศ. 2135 ที่ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ชัยชนะ\\\\n\\\\nการทำยุทธหัตถีระหว่างพ่อขุนรามคำแหงมหาราชกับขุนสามชน เจ้าเมืองฉอด\\\\nตามบันทึกในหลักศิลาจารึก หลักที่ ๑ ระบุว่า \\\\\\\"....หลังจากที่พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ประกาศตั้งกรุงสุโขทัยขึ้นเป็นอิสระ เมื่อ พ.ศ. 1800 จากนั้น ในราว พ.ศ. 1805 ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับเมืองตากขึ้น ครั้งหนึ่งคือ ขุนสามชนเจ้าเมืองฉอด (อยู่ในอำเภอแม่สอดปัจจุบัน) ยกทัพมาตีเมืองตาก ซึ่งเป็นเมืองชายแดนของกรุงสุโขทัย พ่อขุนศรีอินทราทิตย์จึงยกกองทัพมาช่วยป้องกันเมืองตากและได้ปะทะกันที่เชิงดอย นอกเมืองตากออกไปประมาณสักกิโลเมตรเศษ แต่เนื่องจากภูมิประเทศของเมืองตากเป็นป่าเขาโดยมาก การซุ่มซ่อนพลจึงกระทำได้อย่างสะดวกสบาย ดังปรากฏในศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงว่า เมื่อพ่อขุนศรีอินทรา-ทิตย์ต้อนพลเข้าไปทางซ้ายเพื่อหวังจะโอบล้อมกองทัพของขุนสามชน แต่ขุนสามชน คงรู้ทีจึงขับพลเลี่ยงเข้ามาทางขวาเข้าโอบล้อมกองทัพของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ เสียก่อนไพร่พลในกองทัพของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ไม่นึกว่าเหตุการณ์ จะกลับตรงกันข้ามเช่นนั้น ก็เสียกำลังใจถอยร่นลงมา ขณะนั้นราช-โอรสองค์เล็กของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ซึ่งมีพระชนมายุได้ 19 พรรษา ได้ติดตามมาด้วยเห็นว่าถ้าขืนปล่อยให้ไพร่พล ในกองทัพถอยร่นลงมาเรื่อยเช่นนั้น ผลสุดท้ายต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน จึงทรงขับช้างต้อนพลให้เข้าต่อตีกองทัพของขุนสามชนอีกครั้งหนึ่ง แล้วทรงไสช้างบุกเข้าไปจนถึงตัวขุนสามชน ซึ่งกำลังต้อนพลรุกไล่กองทัพของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์เข้ามาพ่อขุนรามคำแหงทรงปะทะช้างกับขุนสามชนจนได้กระทำยุทธหัตถีกัน ขุนสามชนสู้ไม่ได้ก็พ่ายหนีไป เมืองตากจึงรอดพ้นจากการรุกรานของ ขุนสามชน และตลอดสมัยของกรุงสุโขทัยไม่ปรากฏในศิลาจารึกหรือจดหมายใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องราวของเมืองตากนี้อีกเลย...\\\\\\\"\\\\nต่อมาพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 3 ในราชวงศ์พระร่วงแห่งราชอาณาจักรสุโขทัย เสวยราชย์ประมาณ พ.ศ. 1822 ถึงประมาณ พ.ศ. 1841 พระองค์ทรงรวบรวมอาณาจักรไทยจนเป็นปึกแผ่นกว้างขวาง ทั้งยังได้ทรงประดิษฐ์ตัวอักษรไทยขึ้น ทำให้ชาติไทยได้สะสมความรู้ทางศิลปะ วัฒนธรรม และวิชาการต่าง ๆ สืบทอดกันมากว่าเจ็ดร้อยปี 
ชื่อร้าน : จินดามณี (สนิมแดง)
เบอร์โทรศัพท์ : 0892661802
จำนวนคนเข้าชม   824 คน 


------------------------------------------------------------------------------------------------
การซื้อขายรายการวัถุมงคลใดๆ ก็ตาม เป็นการตกลงระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย 
ผู้ซื้อต้องตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนจะตกลงซื้อ ทางเว็บไม่รับผิดชอบหากมีข้อพิพาท หรือปัญหา จากการซื้อขายทั้งสิ้น